แหม่มเบอร์ธ่า เบล้าท์
 

                                                                                                                             โดย ศาสนาจารย์ พิษณุ อรรฆภิญญ์
                                                                                                                                    จากหนังสือ บรรพบุรุษแห่งเรา

    

     Bertha Blount McFarland เกิดเมื่อ 10 ตุลาคม 1880/2423 ได้รับการศึกษาปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย มาถึงประเทศไทยในปี 1908/2451 ท่านเป็นผู้ที่มีการศึกษาสูงจึงเป็นแรงสำคัญของแหม่มโคลในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านวิชาการ เมื่อย้ายโรงเรียนกุลสตรีวังหลังไปคลองแสนแสบแล้ว ในปี 1923/2466 ถึงวาระเกษียณของแหม่มโคล ท่านได้มอบความไว้วางใจให้แหม่มเบล้าท์เป็นผู้รับช่วงเป็นอาจารย์ใหญ่ต่อจากท่าน แหม่มเบล้าท์ได้เข้าพิธีสมรสกับพระอาจวิทยาคมเมื่อปี 1925/2468 ซึ่งเป็นเวลาที่ท่านทั้งสองไปพบกันเมื่อไปเยี่ยมมาตุภูมิที่สหรัฐอเมริกา แหม่มเบล้าท์จึงต้องจากโรงเรียนวัฒนาไป เพื่อช่วยงานด้านธุรกิจของพระอาจวิทยาคมหลังจากที่ได้ทำงานร่วมกับแหม่มโคลเป็นเวลา 17 ปี แหม่มเบล้าท์เป็นผู้ที่มีความสามารถในการขีดเขียน ดังนั้นท่านจึงเป็นมือขวาของพระอาจวิทยาคมในงานด้านวรรณกรรมต่างๆ ในหนังสือสองเล่มที่ท่านเขียนไว้ เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับพวกเราในปัจจุบัน นั้นก็คือ McFarland of Siam, Our Garden Was So Fair ซึ่งเป็นเอกสารเล่มเล็กๆที่ท่านได้เขียนขึ้นระหว่างถูกจองจำในฐานะเชลยศึก ถูกกักกันอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในครั้งที่ 2 มีข้อมูลที่สำคัญอยู่มากมายที่เราจะหาจากที่ไหนอีกไม่ได้ เมื่อมีการแลกเปลี่ยนเชลย ท่านจึงเดินทางกลับสหรัฐ และได้ไปช่วยรัฐบาลอเมริกันในการทำสงครามที่กรุงวอชิงตัน ต่อมาได้ย้ายไปที่แคลิฟอร์เนียอยู่ในสำนักงาน Unit of the Office of War Information
        พจนานุกรมอังกฤษ-ไทย ที่พิมพ์ครั้งที่ 10 ของพระอาจวิทยาคมนั้น ได้เคยส่งไปให้น้องสาว 1 เล่ม และอีก 2-3 เล่มได้ส่งไปให้เพื่อนๆที่สหรัฐ ในระหว่างสงครามมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้พิมพ์ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง โดยวิธีถ่ายรูปทีละหน้า เพื่อใช้ในสงครามที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย
   รัฐบาลอเมริกันได้ตั้งชื่อเรือรบลำหนึ่งว่า McFarland ซึ่งแหม่มเบล้าท์เป็นผู้เจิมเรือลำนั้น ท่านได้เป็นผู้ทำหน้าที่ประกาศเป็นภาษาไทยที่สถานีวิทยุ เพื่อส่งไปทั่วโลก เมื่อรัฐบาลสหรัฐทราบถึงคุณงามความดีของพระอาจวิทยาคมว่า เป็นผู้ส่งเสริมความดีระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯกับรัฐบาลไทย ทั้งยังเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงเทพฯ จึงได้จารึกชื่อของท่านลงบนเรือยกพลขึ้นบก ซึ่งได้ทำพิธีปล่อยลงน้ำเมื่อเดือนพฤษภาคม 1944/2487 หากสงครามไม่ยุติลง เรือลำนี้จะลำเลียงและยกพลขึ้นบกในประเทศไทย ซึ่งนับว่าเป็นเกียรติสูงสุดที่พลเรือนจะได้รับ และไม่มีฝรั่งอเมริกันคนใดในเมืองไทยได้รับ
        อนุสรณ์ที่อาจถือได้ว่าเป็นอนุสาวรีย์ของหมอ George B. McFarland และ Bertha Blount McFarland ก็คือหนังสือ The Historical Sketch of Protestant Missions in Siam 1828/2371 – 1928/2471 ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นสำหรับการฉลอง 1 ศตวรรษของงานโปรเตสแตนท์ในสยาม ซึ่งได้จัดขึ้นที่วังสราญรมย์ในปี 1928/2471 งานที่นับว่ายิ่งใหญ่นี้ได้สิ้นสุดไปแล้วที่ยังเหลืออยู่ก็คือความทรงจำอันยิ่งใหญ่ของคนในสมัยนั้น แต่หนังสือที่ สามีภรรยา McFarland ได้รับมอบให้ทำนั้น ยังคงอยู่กับเราจนทุกวันนี้ และถือว่าเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของคริสตจักรในประเทศไทยที่เชื่อถือได้ และสำคัญที่สุด เราได้เห็นฝีมือของแผม่มเบล้าท์ที่ได้ฝากไว้ในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งมักจะอ้างกันทุกวันนี้ว่าเป็นฝีมือของพระอาจวิทยาคม โดยที่ไม่ค่อยจะเอ่ยชื่อของแหม่มเบล้าท์นัก สามีภรรยาคู่นี้เป็นผู้รวบรวม และจัดพิมพ์ขึ้นด้วยทุนรอนของท่านทั้งสองเอง เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในงานมิชชั่นของคณะเพรสไบทีเรียนทั่วทั้งสยาม ได้รวบรวมไว้ในหนังสือเล่มนี้อย่างชนิดที่ว่าจะหาที่อื่นอีกไม่ได้ ข้อมูลต่างๆนั้นเชื่อถือได้เพราะมีเชิงอรรถ และบรรณานุกรม มีข้อเขียนจากบุคคลต่างๆที่เล่าเรื่องงานของตนเองอยู่ 31 บท แต่ 5 บทแรกซึ่งเป็นเรื่องราวของการเริ่มต้นงานของมิชชันนารีในประเทศไทยนั้น เขียนและรวบรวมโดยแหม่มเบล้าท์แต่ผู้เดียว ซึ่งท่านก็ไม่ลืมที่ให้เนื้อที่เน้นย้ำสำหรับเรื่องราวความเป็นมา และพัฒนาการของหญิงทางด้านการศึกษาและการกอบกู้เกียรติและศักดิ์ศรีของสตรีในสยาม
        หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แหม่มเบอร์ธ่า เบล้าท์ กลับมาประเทศไทยอีกครั้งในปี 1949/2492 ในงานพระราชทานเพลิงศพของพระอาจวิทยาคมที่วัดเทพศิรินทร์ พวกลูกศิษย์ลูกหาได้รวมตัวกันต้อนรับท่านด้วยน้ำหูน้ำตา ศิษย์เก่าของพระอาจวิทยาคมที่กำลังเป็นใหญ่เป็นโตกันในแผ่นดินสยาม ได้รวบรวมเงินก้อนหนึ่งตั้งเป็นกองทุนระลึกถึงพระอาจวิทยาคม สำหรับช่วยนักเรียนแพทย์ที่ขัดสน ในเวลาเดียวกันศิษย์เก่าของกุลสตรีวังหลังและวัฒนาวิทยาลัยก็รวมตัวกันรวบรวมเงินก้อนหนึ่งสำหรับการสร้างโบสถ์ เพื่อให้เป็นที่ระลึกถึงพระอาจวิทยาคม (McFarland in Siam, p. 277)
       แหม่มเบอร์ธ่า เบล้าท์เป็นผู้ที่มองเห็นการณ์ไกล ได้มีส่วนในการผลักดันให้เกิดสภาคริสตจักรในประเทศไทยขึ้นในปี 1934/2477 โดยท่านเองต้องยอมรับหน้าที่เป็นเลขาธิการคนแรกในชื่อของนางอาจวิทยาคม และต่อมาได้เป็นที่ปรึกษาอีกรวมเป็นเวลา 6 ปี
       ทุกครั้งที่เราเดินเข้าออกซอย 19 หรือซอยวัฒนา ก็ขอให้เราระลึกถึงแหม่มเบล้าท์บ้าง เพราะท่านเป็นผู้ที่ขอที่ดินจากเพื่อนบ้าน เพื่อทำถนนที่ออกจากประตูโรงเรียนไปจนถึงถนนสุขุมวิท