|
เหตุบังเอิญ
หรือน้ำพระทัยของพระเจ้า
ในการทำงานพิพิธภัณฑ์โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยนี้
มีศิษย์วัฒนารุ่น
92 ท่านหนึ่งได้มาช่วยงานของพิพิธภัณฑ์อยู่ด้วย
พี่พวงทิพย์ บุญเพิ่ม
ได้แต่งงานกับคุณหมอ
Bruce Weniger
ใช้ชีวิตอยู่ที่เมือง
Atlanta ประเทศสหรัฐอเมริกา
พี่พวงทิพย์ ทำงานเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์
ที่ Michael Carlos
Museum มหาวิยาลัย
Emory, Atlanta
ในอเมริกาอยู่หลายปีและในช่วงถดูร้อน
ก็จะจัดค่ายอาสาให้นักเรียนชั้นมัธยมปลายในสหรัฐฯมาใช้ชีวิตในชนบทของไทย
โดยช่วยสอนภาษาอังกฤษให้ครูและนักเรียนไทย

ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนที่ผ่านมา
เมื่อส่งนักเรียนที่มาค่ายกลับสหรัฐฯแล้ว
พี่พวงทิพย์ได้เข้ามาเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ของโรงเรียน
เพื่อดูว่าจะช่วยทำอะไรได้บ้าง
ในบ่ายวันเดียวกันนั้นเอง
โรงเรียนมีแขกชาวอเมริกันคนหนึ่งเข้ามาเยี่ยมโดยไม่ได้นัดหมาย
ชื่อ Mr. Rutherford
Green คุณแม่ท่านเป็นเหลนของคุณหมอเฮส์
(Dr. Thomas Heyward
Hays) ซึ่งเป็นผู้อุปถัมภ์คนสำคัญของโรงเรียนในสมัยของมิสโคล
วันนั้นเมื่อ Mr.
Green มาถึง ผอ.วิภาวดี
ก็ส่งท่านขึ้นไปพบพี่พวงทิพย์กับอาจารย์วรรณดีบนห้องพิพิธภัณฑ์
Mr. Rutherford
Green เล่าว่าคุณหมอเฮส์เป็นกำพร้า
เมื่อยังเด็กอยู่ที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าสองคนกับพี่สาว
ต่อมาคุณแม่ของท่านมารับพี่สาวไปเลี้ยงเอง
สองพี่น้องจึงแยกจากกัน
คุณหมอเฮส์เรียนจบแพทย์แล้ว
ออกมาเป็นมิชชันนารีที่ประเทศไทย
และไม่ได้กลับไปอีก
คุณหมอเฮส์เป็นผู้มีคุณูปการต่อวงการศึกษาของไทยมาก
ท่านและคุณพระอาจวิทยาคมได้เป็นผู้บุกเบิกการสอนวิชาการแพทย์สมัยใหม่ขึ้นในประเทศไทย
เมื่อภรรยาของท่านเสียชีวิต
คุณหมอเฮส์ได้บริจาคเงินสร้างอาคารหลังหนึ่งในโรงเรียนวัฒนา
เพื่อเป็นที่ระลึกถึงภรรยาของท่าน
ชื่อตึกนีลสันเฮส์เมมโมเรียล
(หลังเดิม-ซึ่งนักเรียนวัฒนาสมัยนั้นเรียกกันว่าตึกห้า)
และท่านยังอุทิศเงินดอกผลจากกองทุนมรดกของท่านเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา
ของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย
โรงเรียนปริ๊นซ์รอแยลวิทยาลัย
และบำรุงโรงพยาบาลโรคเรื้อนแมคเคนด้วย

คุณแม่ของ
Mr. Rutherford
Green เป็นเหลนของพี่สาวคุณหมอเฮส์
Mr. Rutherford
สมรสกับสตรีไทย
ชื่อคุณลักษมีและมีบุตรสาวหนึ่งคน
ขณะนี้พำนักอยู่ที่
South Carolina
ท่านมีความมุ่งมั่นที่จะสืบค้นประวัติของคุณหมอเฮส์อย่างจริงจัง
จึงเดินทางมาประเทศไทย
ก่อนจะมาที่โรงเรียนวัฒนาท่านเล่าว่า
ได้นั่งรถแท็กซี่ไปแถวสถานีรถไฟบางกอกน้อย
เพื่อค้นหาสุสานของคุณหมอเฮส์แต่ก็หาไม่พบ
คนขับรถแท็กซี่ขับวนไปวนมาอยู่หลายรอบจึงส่งท่านลงในที่แห่งหนึ่งปรากฎว่าเมื่อท่านเดินข้ามถนนมาก็พบสุสานที่ท่านต้องการหา
ท่านจึงเดินเข้าไปข้างในเพื่อหาหลุมฝังศพของคุณหมอเฮส์
ท่านเล่าว่าเดินจนเหนื่อยก็ไม่พบจึงมาหยุดยืนอยู่
ณ จุดหนึ่ง แต่แล้วก็รู้สึกเหมือนมีมือมาจับใบหน้าของท่าน
ดันให้หันไปอีกทางหนึ่ง
เมื่อหันตามไปก็พบหลุมฝังศพของคุณหมอเฮส์พอดี
Mr.
Green ได้แลก e-mail
address กับพี่พวงทิพย์
ทั้งสองท่านตกลงกันว่าจะแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ
คุณหมอเฮส์และมิสโคลกัน
พี่พวงทิพย์ได้ส่งข่าวมาว่า
ในขณะที่ขึ้นเครื่องบินเพื่อจะกลับบ้านที่
Atlanta ปรากฏว่า
ที่นั่งแถวหน้าของ
พี่พวงทิพย์ในเครื่องเป็นคุณ
Rutherford และครอบครัว
ของท่าน! บังเอิญอีกแล้วหรือ????
พี่พวงทิพย์เล่าว่าในวันหลังจากที่กลับออกไปจากโรงเรียน
ได้ไปพักผ่อนที่หัวหินกับพี่จิรารัตน์
นักเรียนวัฒนา
รุ่น 92 เหมือนกัน
คืนนั้นพี่พวงทิพย์
ฝันว่าที่โรงเรียนมีงานแฟร์ใหญ่โต
มีเต๊นท์กางเต็มสนาม
ผู้คนมากมายแต่งตัวสวยงาม
ผู้หญิงนุ่งกระโปรงยาวกรอมเท้า
ผู้ชายสวมหมวกทรงทอปแฮทสีดำ
สวมทักซิโด ผูกหูกระต่าย
พี่พวงทิพย์เล่าว่า
ในฝันนั้น ตัวเองรู้สึกว่าเป็นคนนอกไปแอบดู
พอหันกลับมาก็เจอผู้หญิงกับผู้ชายยืนอยู่ด้วยกัน
คนผู้ชายยิ้มให้และเอามือเบนไปที่ผู้หญิง
แนะนำว่า "This
is my wife, Mrs.
House."
พี่พวงทิพย์ตกใจตื่นรีบวิ่งไปเปิดหนังสืออนุสรณ์โรงเรียนวัฒนาเพื่อจะดูหน้าว่าจริงไหม
Guess what!
They
were Dr. and Mrs.
House!
หลายคนคงจะหัวเราะและคิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหลเพราะเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้
แต่บางคนก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่า
ท่านเหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหม่มเหา
(Mrs. House) ผู้ก่อตั้งโรงเรียนวังหลัง
ยังคงผูกพันและเป็นห่วงโรงเรียนอยู่ตลอดเวลา
พี่พวงทิพย์อยากจะได้รูปถ่ายเก่า
หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับโรงเรียน
ที่ คุณแม่ คุณยาย
คุณทวด ของศิษย์เก่ามี
เพื่อจะได้เอามาปรับปรุง
ทำให้พิพิธภัณฑ์สมบรูณ์ยิ่งขึ้น
โปรดทำรายการส่งมาที่สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา
(กรุณาหมายเหตุ
Museum) ตึกโคลอนุสรณ์
โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย
เลขที่ 67 ซอยสุขุมวิท
19, ถนนสุขุมวิท,
แขวงคลองเตยเหนือ,
เขตวัฒนา, กรุงเทพ
10110 พร้อมกับ
ชื่อ ที่อยู่ของท่าน
เพื่อความสะดวกในการส่งคืน
ในกรณีของรูปถ่ายเก่า
เราทราบว่าหลายท่านถือเป็นสมบัติที่ทรงคุณค่า
ทางพิพิธภัณฑ์จะขอเพียงทำสำเนาเก็บไว้ในฐานข้อมูล
เท่านั้น และจะส่งคืนให้
และถ้าท่านใดยังมีหนังสือบันไดเลข
เล่มที่ 3, 4,
5, 8, 10 ก็อยากขอยืมมา
scan เก็บไว้ใน
ห้องสมุดอิเล็กโทรนิกส์ของพิพิธภัณฑ์ด้วยค่ะ
|