โดย อาจารย์อายะดา กีรินกุล
แต่เดิม ตั้งแต่สมัยอยู่โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง
นักเรียนไม่มีเครื่องแบบ
ใครมีเสื้อผ้าอะไรก็สวมมาโรงเรียนได้
เด็กในกรุงก็นุ่งโจงกระเบน เด็กจากเมืองเหนือ
เมืองอิสาณ นุ่งผ้าซิ่น เป็นผ้าเป็นไหมตามฐานะ
ลูกฝรั่งสวมกระโปรง
โรงเรียนย้ายมาบางกะปิเมื่อปี พ.ศ. 2463
ก็ยังไม่มีเครื่องแบบ
แต่ทางโรงเรียนรัฐบาลมีแล้วแน่นอน
จะเริ่มเมื่อไรไม่ทราบชัด ในปี พ.ศ. 2470
โรงเรียนวัฒนา เตรียมนักเรียนมัธยม 8
เข้าสอบเทียบเสมอนักเรียนชาย มีนางสาวอนงค์
อิศรภักดีคนหนึ่ง จากโรงเรียนเบญจมราชาลัย มาเข้าเรียน
เขามีเสื้อผ้าเป็นกระโปรงสีน้ำเงิน เสื้อขาวมีปก
แขนยาวเพียงข้อศอก อนงค์สวมเสื้อผ้าชุดนี้ทุกวัน
จนเพื่อนร่วมชั้นสงสัยว่า
เขามีเสื้อผ้าชุดเดียวหรืออย่างไร จึงถามไถ่กัน
และรู้เรื่องว่า มีเจ็ดชุด สำหรับเจ็ดวัน
เป็นเครื่องแบบโรงเรียนรัฐบาล
นักเรียนวัฒนาก็มีเวลาที่แต่งตัวเหมือนกันทั้งชั้นเหมือนกัน
เช่น เมื่อปี พ.ศ. 2474 รัชกาลที่ 7
เสด็จนิวัติกลับพระนคร
หลังจากไปทรงรักษาพระเนตรที่สหรัฐอเมริกา
นักเรียนวัฒนานุ่งกระโปรงแดง เสื้อขาวคอบัว
อกกลัดโบว์สีแดง สวมถุงเท้ารองเท้าขาวสวยงาม
ไปเดินเข้าขบวน ได้รับคำชมเชย จะเป็นเหตุนี้ด้วยกระมัง
โรงเรียนจึงกำหนดเครื่องแบบให้นักเรียนวัฒนาสวมเป็นประจำ
เว้นไม่กลัดโบว์สีแดง นอกจากเวลามีงาน ส่วนเอวเสื้อ
บางทีเก็บเข้ากระโปรง บางทีปล่อย (เพราะเหตุใดก็จำไม่ได้)
ปกเสื้อ เปลี่ยนเป็นปกเชิตแทนคอบัว
เพราะเย็บง่ายกว่ากัน ล่วงมาจนประมาณปี 2498
เลิกโบว์แดง เป็นปักอักษร ว.ว.
ที่อกเสื้อด้านซ้ายด้วยด้ายสีแดง
ต่อมาเพิ่มปักเลขประจำตัวใต้อักษรชื่อโรงเรียน
ตามคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการ
ที่สำคัญๆก็มีเพียงเท่านี้
เครื่องแบบนักเรียนปฐมวัย
เครื่องแบบนักเรียนประถม
เครื่องแบบนักเรียนมัธยม