1868/2411 – 1910/2453
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
1870/2413
ซื้อที่ดินวังหลัง ศจ. เอส ซี ยอร์จ
เป็นผู้ดำเนินการสร้าง แต่ไม่สำเร็จเพราะหมดงบประมาณ
แล้วกลับสหรัฐด้วยเหตุผลทางสุขภาพ แหม่มแฮเรียต
เฮาส์ได้หาเงินจากคริสตจักรในสหรัฐอีก
3,000 เหรียญ มาสร้างจนเสร็จ
1870/2413
ประกาศเสรีภาพในการนับถือศาสนา
โดยผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
1874/2417
วันที่
13 พฤษภาคม
แหม่มแฮเรียตเปิดสอนโรงเรียนกุลสตรีวังหลัง
1875/2418
มีนักเรียนวังหลังอยู่
15 คน Miss Arabella Anderson
มาสอนเป็นคนแรกในโรงเรียนวังหลัง
เนื่องจากแหม่มเฮาส์เป็นที่รู้จักกันดี
ทั้งในหมู่เจ้านายและข้าราชการ พระยาสุรศักดิ์มนตรี
(แสง ผู้เป็นต้นตระกูลแสง-ชูโต) มอบธิดา 4
คน เข้าศึกษาที่วังหลังนี้
เลขประจำตัว 14 15 16 17 ชื่อ
เยื้อน เล็ก สิน ลอย
1875/2418
Miss Anderson แต่งงานกับ Rev.
H.B. Noyes, D.D. เป็นหมอจากจีน
1875/2418
มิส เอส ดี กริมสะเต็ด มาสอนที่วังหลัง มีนักเรียน
20 คน
1877/2420
แหม่มเฮาส์ สุขภาพทรุดโทรมมาก
ท่านและหมอเฮาส์จึงต้องกลับสหรัฐอเมริกา
หลังจากหมอทำงานที่สยาม
30 ปี ท่านได้พานายกร อมาตยกุล
และอาจารย์บุญต๋วน บุญอิตไปเรียนที่อเมริกาด้วย
1877/2420
Miss Jennie Koresen มาสอนที่วังหลัง
Miss Jennie แต่งงานกับ
Rev. James McCauley D.D.
1878/2421
พระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯมีพระบรมราชโองการเรื่องเสรีภาพในการนับถือศาสนา
1878/2421
Miss Belle Caldwel มาเป็นอาจารย์ใหญ่
มีนักเรียน 29 คน มีค่าใช้จ่าย
$490.00 มีรายได้
$40.00 Miss Caldwel แต่งงานกับ
Rev. J. Culberton
1878/2421
คริสตจักรที่สอง ได้ตั้งขึ้นที่ ร.ร.วังหลัง
1882/2425
งานฉลองครบรอบ
100 ปีที่สถาปนากรุงเทพเป็นราชธานี
ในเดือนเมษายน
โรงเรียนวังหลังได้ร่วมออกแสดงนิทรรศการการศึกษาของเด็กไทย
และตั้งแสดงงานฝีมือในร้านของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวี
คือสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
1885/2428
Miss Mary E. Hartwell และ
Miss Auara A. Olmstead
มาบริหารช่วงที่ไม่มีอาจารย์จากมิชชั่น
1885/2428
แม่ต๋วน คุณแม่ของอาจารย์บุญต๋วน บุญอิต
เป็นทั้งแม่บ้านและเป็นครู รับผิดชอบโรงเรียนวังหลัง
1885/2428
นางต๋วนลาออก นักเรียนรักและเคารพแม่ต๋วนมาก
นักเรียนรุ่นโตจึงลาออกตามไปด้วย
1885/2428
แหม่มโคลขอให้ครูญ่วน เตียงหยก
และภรรยามาช่วยที่วังหลัง
Miss Marry S. Handerson
มาเป็นผู้ช่วยแหม่มโคล
1885/2428
มีการปรับปรุงห้องเรียน
และอุปกรณ์การเรียนการสอนเต็มที่
เพราะมีการเก็บค่าเล่าเรียนคนละ
5 บาทต่อเดือน
เทอมแรกมีนักเรียนเหลืออยู่ 16
คน มีแม่สร้อยเป็นครูผู้ช่วย Miss Olmstead
1887/2430
Miss Van Emmon
มาเป็นอาจารย์ใหญ่ที่โรงเรียนวังหลัง
ต่อมาได้แต่งงานกับ Rev. Christian Berger
1888/2431
แม่สร้อยแต่งงานกับอาจารย์บุญยี่ บุญอิต
ย้ายไปอยู่เชียงใหม่
1888/2431
แม่ทิมจบแล้วเป็นครู แม่สุวรรณ แม่แช่ม แม่พลอย
แม่เต่า มาร่วมเป็นครูที่โรงเรียนวังหลังด้วย
1888/2431
กรมหมื่นนราธิประพันธ์พงษ์ได้ทรงอุปถัมภ์โรงเรียน
1889/2432
กรมหมื่นนราธิประพันธ์พงษ์ทรงเป็นเจ้านายพระองค์แรกที่พอพระทัยโรงเรียนมากถึงกับโปรดให้หม่อมเจ้าหญิงพรรณพิมล
พระธิดาองค์ใหญ่มาศึกษาร่วมคณะกับบุคคลสามัญชน
(เลขประจำตัว
131)
1890/2433
Miss S. E. Parker และ Miss
L.J. Cooper
มาช่วยเสริมครูในโรงเรียนวังหลัง Miss Cooper
สอนอยู่แล้วไปเปิดโรงเรียนที่นครชัยศรี
1891/2434
สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงธรรมการ
ส่ง
Edwin McFarland
พี่ชายของพระอาจวิทยาคม ไปศึกษาระบบการศึกษาของอเมริกา
1898/2441
รัชกาลที่
5 เสด็จประพาสยุโรป
ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ทำให้ผู้หญิงตื่นตัวขึ้นอย่างมาก
มีการเปิดสอนโรงเรียนของผู้หญิงไปทั่วกรุงเทพ
วังหลังเป็นสำนักส่งนักเรียนจบหลักสูตรไปเป็นครู
ทั้งโรงเรียนราษฎร์
และโรงเรียนรัฐบาลที่เปิดใหม่ๆเกือบทั้งหมด
ด้วยเหตุนี้ถ้าใครที่จบจากวังหลัง
จะถูกตั้งให้เป็นอาจารย์ใหญ่ในโรงเรียนสตรีทันที
โรงเรียนราชินีกับวังหลังจึงร่วมประสานงานกัน
ในการอำนวยการจัดหาครูไปสอนที่โรงเรียนหญิงทั่วประเทศ
1903/2446
Miss Edna Bruner ผู้เชี่ยวชาญศิลปะ
มาร่วมงานที่วังหลัง 2 ปี
ต่อมา ได้แต่งงานกับ Dr. L.C. Bulkley
ย้ายไปอยู่จังหวัดตรัง
1904/2447
นางสาวตาด นางสาวลิ้นจี่ ชี นางสาวทองสุก
และนางสาวแช่ม สอบผ่านข้อสอบของนักเรียนชาย
1905/2448
Miss Magaret C. McCord
มาร่วมสอนที่วังหลัง
1905/2448
นางสาวอรุณ บุตรีของนายเทียนสั่ง ประทีปเสน
(คุณหญิงอรุณ เมธาธิบดี) ไปเรียนต่อวิชาอนุบาลที่
Normal Training College of Connecticut
ตามแบบของ Froebel
อีกสามปีต่อมา
ได้กลับมาตั้งต้นสอนอยู่ในโรงเรียนกุลสตรีวังหลัง
โรงเรียนนี้จึงเป็นโรงเรียนแรกที่มีการสอนวิชาอนุบาล
และคุณหญิงอรุณเป็นหญิงคนแรกที่ได้สอนวิชาอนุบาลในประเทศไทย
1908/2451
Miss Bertha Blount
มาร่วมงานที่วังหลัง
ช่วงนี้โรงหวยที่รัฐบาลได้เคยให้เปิดเป็นบ่อน
รัชกาลที่ 5
ได้ทรงยกเลิกการพนันทั้งหมด
บ่อนใหญ่โตนี้ชาวบ้านเอาไว้เลี้ยงหมู แหม่มโคลเช่า
และล้างขี้หมูมาทำเป็นโรงเรียน
และเป็นที่จ่ายยาให้ชาวบ้านในละแวกนั้นด้วย นอกจากนี้
“อุทิศสถาน”
นี้ยังเป็นโรงครัวที่ Miss McCord
รับผิดชอบในการทำโภชนาการให้กับนักเรียน
และสังคมที่วังหลังด้วย