นับเป็นงานโฮมคัมมิ่งที่อบอุ่นตามประสาพี่ๆน้องๆ
กว่า 300 คน
รวมตัวกันกันตั้งแต่รุ่น64
ถึงรุ่น125 ในวันนั้น
ท่านผู้หญิงสุมาลี
จาติกวนิช, คุณจีรวัสส์
ปันยารชุน ได้ให้เกียรติมาเป็นอดีตนักเรียนวัฒนาฯรุ่นใหญ่
มาพร้อมๆกับลานทิพย์
ทวาทศิน อดีตนายกฯ
ศิษย์วังหลัง-วัฒนา
และณฤดี เคียงศิริ
พรั่งพร้อมด้วยเหล่าเซเลบ
พีรนุช ต.สุวรรณ,พิมพวรรณ
ลิมปิชาติ, บุปผา
กิ่งชัชวาลย์
, ฤทัยวรรณ โต๊ะทอง,
นี่ยังไม่นับบรรดานักธุรกิจสาว
แพทย์หญิง ทันตแพทย์
ที่ยินดีประมูลโต๊ะนักเรียน
ราคาโต๊ะละหนึ่งแสนกว่าบาท
ไปคนละโต๊ะสองโต๊ะ
รวมทั้งนักโฆษณาก้อปปี้ไรท์เตอร์มือทอง
จันทนีย์ พงษ์ประยูร
เจ้าของเพลงสายชล
มาสร้างสีสันความสุข


บรรยากาศเก่าๆเริ่มขึ้นเมื่อทุกคนต้องเข้าโรงเรียนทางตึกอนุสรณ์เอ็ดน่าโคลล์
(ตึกอำนวยการ)
ทุกคนที่เข้ามาในงานต้องผ่านจุดตรวจกระเป๋า
เหมือนสมัยเรียนทุกประการ
จากนั้นอดีตนักเรียนประจำทั้งหลายก็จะนำสัมภาระของใช้ส่วนตัวไปเก็บที่ห้องตู้
ก็คือห้องเก็บเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัว
ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เดินชมตึกต่างๆในโรงเรียน
รวมถึงการชมพิพิธภัณฑ์บนชั้นสองของตึกอนุสรณ์เอ็ดน่าโคลล์
ซึ่งจัดแสดง
ห้องเรียนในอดีต
โต๊ะนักเรียนเก่าแก่
ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษแบบโต๊ะเราเก้าอี้เพื่อนขาเหล็กดัดลายสวยงาม
,ระฆังทองเหลืองเก่าแก่นับร้อยปี
, ตู้เก็บเสื้อผ้าไม้สักซึ่งเก็บเสื้อนักเรียนของท่านผู้หญิงคุณหญิงมาหลายคน
ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์วังหลัง-วัฒนาฯ
เปิดให้บุคคลทั่วไปชมได้ทุกวันบ่ายวันศุกร์
เวลาที่หลายคนรอคอยเห็นจะเป็นเวลาอาหารกลางวัน
อาหารว่าง และอาหารเย็น
ที่หลายคนอยากจะรู้ว่าเมนูเด็ดของวัฒนาฯที่คุยนักคุยหนาว่าฝีมือไม่มีเปลี่ยน
ซึ่งเมนูที่ว่าก็คือยำทวาย
แกงเทโพ ปลาก้อน
ก๋วยเตี๋ยวแดง
แกงขยะ ไข่ระเบิด
มันเชื่อม สูตรลับที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนก็รู้กันวันนี้ว่าที่อร่อยก็เพราะกระทะใบบัวที่ต้องทำอาหารในปริมาณมากๆ
น้ำมันร้อนๆจำนวนมากๆตอกไข่ไปปุ๊บไข่สุกทันที
พร้อมทั้งเปิดตัวแม่ครัว
3 คน แต่ละคนอายุย่าง
60 ปี ทุกคนในห้องอาหารพร้อมใจกันปรบมือให้
ก่อนรับประทานอาหาร
ก็ไม่ลืมที่ขอบคุณพระเจ้าด้วยการร้องเพลงโมทนาขอบคุณพระเจ้าพร้อมกัน
หนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนเต็ม
ในการอยู่ด้วยกันอีกครั้งตามประสาพี่ๆน้องๆ
เพื่อนฝูง ครูเวร
พี่เวรกิจกรรมเก่าๆการจัดแข่งกีฬาสี
ในช่วงสั้นๆ
รวมถึงการจัดงานบนเวทีภาคค่ำที่จัดการประกวด
โฮมคัมมิ่งควีน
ซึ่งผู้ชนะการประกวดคือคุณกฤติยา
ล่ำซำ รุ่น107
ได้ชนะใจคุณครูซึ่งเป็นกรรมการด้วยการตอบคำถาม
ว่าสิ่งสำคัญที่ครูสอนให้กับการเป็นนักเรียนวัฒนานั่นคือ
ความอดทน ซึ่งถูกต้องตรงใจครูมาก
เด็กวัฒนาฯทุกคนโตมากับความอดทน
แม้ทุกวันนี้เด็กเล็กระดับอนุบาลเล็กๆยังถูกฝึกให้เข้าแถวทำกิจกรรมยามเช้าเคารพธงชาตินานมาก
จนผู้ปกครองสงสัย
แต่คำตอบก็คือการฝึกให้เด็กรู้จักอดทน
ยังมีคุณสมบัติของนักเรียนวัฒนาฯอีกหลายอย่างนอกเหนือจากความอดทน
นั่นคือ ความซื่อสัตย์
ความเป็นกุลสตรี
ทุกคนต้องทำงานบ้านเป็น
ปูที่นอนเป็น
นอกเหนือจากความสามารถหลักซึ่งคือการคิดเร็ว
ทำเร็ว
การได้กลับมาอยู่บ้านหลังที่สองอีกครั้งจึงไม่ใช่แค่ความสนุกสนานเฮฮา
แต่นั่นคือการได้หวนรำลึกคุณธรรม
สิ่งดีๆที่ได้รับจากที่นี่
ที่ๆทำให้ผู้หญิงกว่า
15,000 คน ใน
130 รุ่น ได้ทำหน้าที่เคียงบ่าเคียงไหล่ชาย
เป็นครูบาอาจารย์
ได้รับยกย่อง
มีเกียรติมียศ
ทำหน้าที่ภรรยาและแม่ได้อย่างดีเลิศ
เพราะทุกคนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นศิษย์วังหลัง-วัฒนา





