อาจารย์ อายะดา กิรีนกุล



 
 

Ida Gjern 
เกิดเมื่อ 19 เมษายน 2454

เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย
นับถือศาสนาคริสต์
เป็นสมาชิกคริสตจักรวัฒนา
บิดาเป็นชาว Denmark ทำป่าไม้
ส่วนมารดาเป็นคนไทย ม.ล.ปิ่น มาลากุลฯ เป็นผู้ตั้งชื่อและนามสกุลภาษาไทยให้ท่านว่า อายะดา กีรินกุล

การศึกษา
เริ่มต้นที่วังหลังประถมปีที่ 1- 3 ขณะนั้นไม่มีประถม 4 และย้ายมาอยู่ที่
วัฒนา มัธยม 1 - มัธยม 8 (รุ่นแรก ม.8)
พ.ศ.2472 สำเร็จแล้วสอนหนังสือที่โรงเรียนวัฒนา
พ.ศ.2477 ศึกษาต่อที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ยังพักอยู่ที่วัฒนาฯ จบปริญญาตรีอักษรศาสตร์บัณฑิต และเรียนเพิ่ม 1 ปี ได้ ปม.(ประโยคมัธยม) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ขณะเรียนฝึกสอนที่โรงเรียนราชินีอยู่ 3 เดือน


      

การทำงาน
พ.ศ.2472 - 2477 เป็นครูสอนวิชาพีชคณิต เรขาคณิต ของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย
พ.ศ.2477 – 2482 ระหว่างไปเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ทำงานเป็นครูสอนเปียโนที่โรงเรียน และเป็นผู้เล่นเปียโนในโบสถ์
พ.ศ.2483 - 2487 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง โรงเรียนย้ายไปเปิดดำเนินการสอนที่โรงเรียนยกหมิ่นกงสวย มิชชันนารีกลับไปหมด เหลือแต่ครูไทย อาจารย์เป็นหนึ่งในผู้ดูแลโรงเรียน

 

 

พ.ศ. 2488 เมื่อสงครามสงบแล้ว คณะครูต้องกลับมาฟื้นฟูโรงเรียน ซึ่งขณะนั้นสภาพทรุดโทรมมาก อาจารย์ได้ขอยืมเงินจากคุณนายจิ้มลิ้ม วีระไวทยะ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ขอให้ท่านช่วยซ่อม จนกว่า Missionary จะกลับมา และได้เงินช่วยบางส่วนจากกระทรวงศึกษาธิการ อาจารย์เล่าว่า ตัวท่าน กับ อาจารย์ประพิธ กุวานนท์ และ คุณครูอุมา (เปสตันยี) เปศลชีวิน รักกันมาก ไม่มีขัดใจกันเลย ช่วยกันจนบูรณะโรงเรียนสำเร็จ

 

พ.ศ.2490 - 2491 ไป Standford ทำปริญญาโท นั่งเรือบินไป Hong Kong เป็นเรือบินเล็กๆ 20 ที่นั่ง ไปกับ มล.บุญเหลือ กุญชร ไปคอยเรืออยู่ Hong Kong 1 เดือน แล้วจึงต่อเรือได้ เพราะเรือติดอยู่ญี่ปุ่น เรือเดินทางใช้เวลา 18 วันจึงจะถึง Sanfrancisco ได้ปริญญา Master of Arts
เมื่อเรียนจบแล้วก็ได้กลับมาเป็นอาจารย์ในโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จนได้ดำรงตำแหน่ง Principle ซึ่งเป็นตำแหน่งของมิชชันนารีอเมริกัน
พ.ศ.2500.....ออกจากตำแหน่ง Principle เนื่องจาก Missionary หมดวาระจากประเทศไทย จึงออก อาจารย์ประพิธทำหน้าที่ครูใหญ่ต่อไป

 

เมื่อออกจากโรงเรียนวัฒนาแล้ว พ.ศ. 2501 ไปเป็นเพื่อนคุณครูศรีสอาด บุนนาค ตั้งโรงเรียน บ้านใหม่วัฒนาที่ปทุมธานี อยู่ได้ 1 ปี
พ.ศ.2502 เป็นครูที่ชลประทานวิทยา ที่กรมชลประทาน
พ.ศ.2507 เป็นครูที่โรงเรียนศรีวิกรม์ ตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่
พ.ศ.2517 – 2534 เป็นอาจารย์ใหญ่ 
ลาออกเมื่ออายุครบ 80 ปีบริบูรณ์ เนื่องจากที่โรงเรียนไม่ให้ออก

 

 

เกียรติประวัติ

1. ย้ายโรงเรียนขนทุกอย่างไปยกหมิ่น การย้ายโรงเรียนทั้งไปและกลับ สำคัญกว่าเหรียญตราใดๆทั้งสิ้น สงครามเลิกแล้ว ก็มีการประกาศเกียรติคุณ ได้เงิน 60,000.-บาท อาจารย์อายะดา 20,000.-บาท ครูหลุย 20,000.-บาท คุณครูระวิวรรณ Lulu 20,000.-บาท ทั้งสามท่านได้มอบเงินทั้ง 60,000.-บาท เพื่อซื้อ Grand Piano ให้โบสถ์วัฒนา

2. ได้แต่งเพลงไว้มากมาย แต่เพลงที่ถือว่าสำคัญที่สุดคือเพลง “โอ้...วัฒนา” ซึ่งนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นสูงสุดของโรงเรียนจะต้องใช้ร้อง เป็นเพลงปฏิญาณตน ในวันรับประกาศนียบัตร เพลงนี้ใช้ขับร้องครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2486

 

3. วันที่ 16 มกราคม 2549 ในงาน 50 ปีวันครู นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานมอบของที่ระลึกให้แก่ครูอาวุโส (ท่านอาจารย์อายะดา กิรีนกุล) อดีตครูใหญ่ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ณ หอประชุมคุรุสภา ตรงกับปีที่ มิสเอ็ดน่า ซาร่าห์ โคล (แหม่มโคล) ครบ 150 ปี

4. ได้รับเลือกจากสมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ให้เป็นนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ปี พ.ศ.2550


 



ความประทับใจในโรงเรียนวัฒนา

รักหมดทั้งกรวดหิน ดิน ทราย และรู้จักโรงเรียนทุกกระเบียดนิ้ว อยากให้เป็น Women’s College ในภายภาคหน้า ตามความประสงค์ของแหม่มโคล

ข้อคิดในการพัฒนาโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย
สอนตามคำสอนของคริสตศาสนา สอนความซื่อสัตย์ ตามที่พระเยซูคริสต์ทรงสอน

 

 วาระสุดท้าย

วันที่ 20 ธันวาคม 2551: ในช่วงเช้า ศิษย์ได้รับทราบข่าวว่า ประมาณตีสามของคืนที่ผ่านมา ทางบ้านได้พบอาจารย์หมดสติอยู่ในห้องน้ำ จึงได้เรียกรถพยาบาล เพื่อนำส่งโรงพยาบาลพร้อมมิตร หมอได้ตรวจสมองด้วยวิธี CT scan พบว่า เส้นโลหิตในสมองแตก และมีเลือดคั่งในสมอง ประมาณ 7 เซนติเมตร ได้ให้การรักษาพยาบาลในห้อง ไอซียู

          ช่วงกลางวัน แพทย์ได้ย้ายอาจารย์ ออกมาอยู่ห้องคนไข้พิเศษ เนื่องจากคิดกันว่าจะไม่เจาะหรือผ่าใดๆ (เพราะอาจารย์ได้เคยสั่งไว้ก่อนหน้านั้น)

วันที่ 21 ธันวาคม 2551: อาจารย์นอนพักและหลับตลอดเวลา ยังไม่ค่อยตอบสนองเท่าใด แต่ดูหน้าตาสดชื่นขึ้น แพทย์ให้อาหารทางสายยาง และกำลังจะถอดน้ำเกลือ

วันที่ 24 ธันวาคม 2551: สองวันที่ผ่านมาอาจารย์หลับเป็นส่วนใหญ่ เป็นปกติของคนไข้ที่ต้องอยู่เฉยๆเป็นเวลานานๆ ก็จะมีเสมหะ พยาบาลคอยดูดเสมหะให้เป็นระยะ แต่ดูเหมือนอาจารย์ไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่

วันที่ 26 ธันวาคม 2551: อาจารย์ยังคงหลับเป็นส่วนใหญ่ อาการหลับของอาจารย์ลึก การหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ดูเหมือนคนที่กำลังนอนหลับสบาย

วันที่ 31 ธันวาคม 2551: อาการของอาจารย์ยังคงทรงอยู่ เหมือนที่ผ่านมา ผู้ดูแลเปิดเพลง hymn เบาๆตลอดเวลา

วันที่ 31 มกราคม 2552: ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา อาจารย์มีพัฒนาการที่ดีขึ้น มีการลืมตา และกระพริบตา แสดงการรับรู้ บางครั้งจะกลอกตาไปทางที่ได้ยินเสียง

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2552: อาจารย์มีอาการติดเชื้อที่ปอดตั้งแต่เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ตอนแรกหมอว่าจะให้กลับบ้าน ตอนนี้ก็เลยยังกลับไม่ได้

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552: อาการปอดติดเชื้อของอาจารย์ค่อยดีขึ้นเอง ตอนนี้ไม่มีไข้แล้ว อาการอื่นก็ยังทรงๆ

มีนาคม 2552: ได้มีการพูดกันถึงเรื่องการพาอาจารย์กลับบ้านอีกครั้ง มีการจัดเตรียมการโดยกำหนดวัน ว่าจะให้อาจารย์ กลับบ้านในราวสิ้นเดือนมีนาคม ระหว่างนั้นปอดของอาจารย์เริ่มทำงานน้อยลง มีอาการหอบมากขึ้น หมอต้องให้ยา เพื่อให้อาจารย์หายใจสบาย แต่ร่างกายของอาจารย์สู้ไม่ไหว

วันที่ 14 มีนาคม 2552: คืนวันเสาร์ อาจารย์แผ่วลงเรื่อยๆและหลับอย่างสงบ พระเจ้าทรงรับอาจารย์กลับไปเวลาประมาณ 02:00 ของวันที่ 15 มีนาคม 2552